ไม่ใช่จีน แต่เป็นญี่ปุ่น! ที่จะชนะ ‘เกมลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอาเซียน’


ที่มาภาพต้นฉบับ: Valeriano Di Domenico | World Economic Forum และ Nesnad | Wikipedia


แม้ว่ารัฐบาลโตเกียวอาจไม่สามารถแข่งขันเรื่องเม็ดเงินลงทุนจำนวนมหาศาลกับรัฐบาลปักกิ่ง แต่ยังเป็นต่อในด้านชื่อเสียงและประโยชน์ที่มีต่อท้องถิ่น

ก่อนที่จีนจะพยายามซื้อใจชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานผ่านแผนนำร่อง “เส้นทางสายไหมใหม่” (Belt & Road Initiative) ญี่ปุ่นเคยเป็นผู้สนับสนุนด้านเงินทุนรายใหญ่ที่สุดสำหรับการพัฒนาในภูมิภาคอาเซียน แต่ปัจจุบันสองประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯและจีนกำลังแข่งขันด้านอิทธิพลทางเศรษฐกิจและการค้า ซึ่งนักวิเคราะห์บางรายมองว่า รัฐบาลปักกิ่งอาจชนะศึกนี้ได้ก็จริง แต่กำลังจะแพ้สงครามกับญี่ปุ่น

หลายฝ่ายมองว่าธุรกิจของญี่ปุ่นที่ร่วมลงทุนในประเทศกำลังพัฒนาของเอเชียซึ่งเริ่มขึ้นครั้งแรกช่วงปลายทศวรรษที่ 1970 ผ่านบรรดาบริษัทข้ามชาติของญี่ปุ่นก่อนที่รัฐบาลโตเกียวจะบุกเบิกความเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐานในช่วงทศวรรษที่ 1990 ถือเป็นแบบอย่างให้แก่สิ่งที่กลุ่ม 7 ประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก (G7) และกลุ่มประเทศความร่วมมือเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ (OECD) เรียกว่า “โครงสร้างพื้นฐานคุณภาพ”

โครงการที่พัฒนาโดยญี่ปุ่นดังกล่าวมีมาตรฐานสูงด้านความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม ความน่าเชื่อถือ และความครอบคลุม ที่นอกเหนือจากการยกระดับด้านโลจิสติกส์ทั้งหมดในพื้นที่ที่ทำการพัฒนา เช่น ธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JBIC) อ้างว่าสินเชื่อที่ธนาคารอนุมัติให้เวียดนามสำหรับทางหลวงแห่งชาติและการปรับปรุงท่าเรือ ได้กระจายความเจริญไปสู่ผู้คนในพื้นที่ชนบทอย่างการกระตุ้นรายได้ครัวเรือน ลดระดับความยากจน และเพิ่มศักยภาพผู้คน

แม้หลายแคมเปญภายใต้โครงการเส้นทางสายไหมใหม่ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ถูกมองว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานคุณภาพ แต่มักเกิดความกังวลในวงกว้างเกี่ยวกับการร่วมลงทุน ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นแนวทางหนึ่งในการประกาศอำนาจของจีนไปทั่วโลกเสียมากกว่า และนอกจากมีความกังวลเรื่องสิ่งแวดล้อมแล้ว การร่วมลงทุนยังไม่ชัดเจนว่าจะคุ้มหรือไม่

บรรดาผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ทางรถไฟ โครงข่ายโทรคมนาคม และการพัฒนาเกษตรกรรม ที่สร้างโดยบรรดาบริษัทและสถาบันต่าง ๆ ของภาครัฐญี่ปุ่น มีประโยชน์อย่างมาก โดยเฉพาะด้านการฝึกอบรมเชิงเทคนิคและให้ความรู้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในท้องถิ่น และถือเป็นแนวทางระยะยาวในการกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างรัฐบาลโตเกียวกับประเทศเจ้าภาพ


อ้างอิง
CNBC - Japan, not China, may be winning Asia's infrastructure investment contest


โดย ฐานันดร ชมภูศรี