คนงานเสียชีวิตทางถนนมากที่สุดในออสเตรเลีย จาก 'อุตสาหกรรมขนส่ง' เหตุกดดันสูง


ที่มาภาพ: TransportWorkers Union (TWU) - Facebook


เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2018 คนขับรถบรรทุกกว่า 300 คน พร้อมครอบครัวของพวกเขา และผู้ที่สนับสนุนพวกเขา ได้ประท้วงกันทั่วประเทศเพื่อยุติความกดดันสูงในการทำงาน ซึ่งได้พรากชีวิตคนขับรถบรรทุกไปในจำนวนที่ยอมรับไม่ได้ พวกเขาเสนอว่ารัฐบาลควรกำหนดให้มีบทลงโทษต่อบริษัทผู้จ้าง

ในบรรดาการล้มตายของคนงานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ พบว่าอุตสาหกรรมการขนส่งกำลังตกอยู่ในภาวะวิกฤต เป็นอุตสาหกรรมที่คนงานเสียชีวิตมากที่สุดในออสเตรเลีย คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 40% ของการเสียชีวิตทั้งหมดของคนงานทุกประเภทในออสเตรเลีย และการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

Michael Kaine รักษาการเลขาธิการของสหภาพคนงานขับรถบรรทุก ได้แจ้งกับคณะกรรมการวุฒิสมาชิกด้านการศึกษาและการจ้างงาน (Senate Education and Employment References Committee) ว่ามีความเชื่อมโยงกันโดยตรงระหว่างการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้เสียชีวิตและคนขับรถบรรทุกที่ทำงานภายใต้แรงกดดันสูง

"ผู้คนกำลังถูกฆ่าตายบนถนนของเราในนามของความโลภของบริษัท เราจำเป็นต้องใช้กฎหมายที่เข้มงวดและมีการบังคับใช้ที่เข้มงวดมากขึ้น แต่จะบังคับใช้ได้ก็ต่อเมื่อเริ่มต้นที่ต้นตอของปัญหาและทุกบริษัทในซัพพลายเชนต้องถูกตรวจสอบและรับผิดชอบ รัฐบาลกลางต้องไม่ปกป้องธุรกิจใหญ่อีกต่อไป เพราะสิ่งที่ต้องแลกคือความปลอดภัยบนถนนของเรา” Michael Kaine กล่าว

โดยเมื่อ 6 ก.ค. 2018 ที่ผ่านมานี้เอง คนขับรถบรรทุกของบริษัทบริการขนส่งอาหาร PFD ที่ประเทศออสเตรเลีย ได้หยุดงานเพื่อรวมตัวหนึ่งชั่วโมง โดยสมาชิกในกลุ่มได้ผลักดันจุดยืนเรื่องค่าจ้างและสภาพการทำงานที่ดีขึ้น การหยุดทำงานดังกล่าวเป็นเพียงจุดเริ่มต้น และพวกเขาจะต่อสู้จนกว่าบริษัทจะยอมนั่งลงคุยด้วยและเสนอเงื่อนไขที่พวกเขายอมรับได้ สหภาพคนงานขับรถบรรทุกได้เจรจากับบริษัทดังกล่าวมา 5 เดือนแล้ว

ในช่วง 12 เดือนจาก เม.ย. 2017 – มี.ค. 2018 มีคนขับรถบรรทุกเสียชีวิตระหว่างการทำงานไปแล้วถึง 184 ราย จากอุบัติเหตุรถบรรทุก 163 ครั้ง ตามข้อมูลของสำนักงานโครงสร้างพื้นฐาน คมนาคม และเศรษฐกิจภูมิภาค ของออสเตรเลีย (Bureau of Infrastructure, Transport and Regional Economics) โดยมี John Waltis คนขับรถบรรทุกคนหนึ่งได้เข้าร่วมงานศพของเพื่อนร่วมอาชีพมากกว่า 50 คนแล้ว

Waltis กล่าวว่ามันเป็นผลลัพธ์ของความเหนื่อยล้า ความกดดันที่ต้องตรงตามเวลาที่ยากจะเป็นไปได้ในความเป็นจริง และความผิดพลาดของเครื่องยนต์ "มันไม่ใช่แค่เกือบสองร้อยคนที่จากไป แต่มันรวมถึงจิตใจของคนในครอบครัวและเพื่อนฝูงของผู้ตายอีกด้วย

"เราต้องมีกฎหมายและต้องบังคับใช้สำหรับทุกบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้า ผมไม่ต้องการที่จะต้องไปที่บ้านของครอบครัวอื่นและบอกพวกเขาว่าคุณได้สูญเสียคนที่คุณรักไปแล้ว" Waltis กล่าวเสริม




โดย ฐานันดร ชมภูศรี